“คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้”
ถ้าจะให้ผมนิยามชีวิตของน้องแทน – กษิดิศ วิจิตรโสภณ ด้วยประโยคสั้นๆ ประโยคข้างต้นนั้นคงจะเหมาะสมที่สุดแล้วครับ
สัมภาษณ์โดย รัชภาคย์ ปองมงคล
น้องแทนมีเส้นทางชีวิตที่โลดโผนกว่าเด็กไทยทั่วๆ ไปอยู่มาก วันนี้ผมจึงขออนุญาตน้องแทน ให้ช่วยแบ่งปันประสบการณ์ และเส้นทางชีวิตให้กับน้องๆ นักศึกษาไทยที่ติดตามคอลัมน์นี้ ว่าจากเด็กนักเรียนต่างจังหวัดที่ไม่มีแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เขาได้ก้าวมาเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักศึกษา Microsoft Student Partners (MSP) จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศกว่า 54 ชีวิต รวมทั้งมีผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา และมีผลงานแอพพลิเคชั่นมากมายที่มีผู้คนใช้งานอยู่จริงได้อย่างไร
“แทนครับ เพื่อนๆ เรียกแทนใจ เรียนอยู่ มข. (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ครับ” น้องแทนกล่าวแนะนำตัวอย่างติดตลก “ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ”
เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจที่เป็นจุดเริ่มต้นให้น้องแทน ออกไปขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมนอกมหาวิทยาลัยแล้ว น้องแทนยกความดีความชอบนี้ให้กับอาจารยอภิศักดิ์ ผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยที่น้องแทนยังเป็นนักศึกษาเฟรชชี่
“อาจารย์จะเป็นผู้ที่พาผม และเพื่อนในกลุ่ม ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ไปจัดอบรมให้โรงเรียนรอบข้าง และอาจารย์ก็เป็นผู้ผลักดันให้ผมเข้าร่วมโครงการ Microsoft Student Partners ด้วย” น้องแทนระลึกความหลัง “ตอนนั้น สมัยปี 1 ผมไปเข้า Lab Intel Parallel Programming Computer Architecture และวิทยากรที่มาบรรยายเป็นรุ่นพี่ MSP ซึ่งได้แนะนำให้ผมรู้จักกับโครงการ MSP โดยท่านอาจารย์อภิศักดิ์ ก็ช่วยผลักดันเต็มที่ครับ”
“หลังจากที่ได้เป็น MSP ครั้งแรกเลยได้ไปที่ Microsoft เพื่อเทรนเกี่ยวกับ Windows 7 ก่อนงานเปิดตัวที่ประเทศไทย พอกลับมาที่มหาลัย ก็นำความรู้ที่ได้มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม เริ่มจากมีกันแค่ 4-5 คน จนกระทั่งได้จัดอบรมให้กับรุ่นน้อง คือจัดงาน Install Fest. ครั้งแรกเลย ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับจากนักศึกษาในภาควิชาดีมากๆ”
“หลังจากนั้น ผมก็เริ่มมองหารุ่นน้อง ที่จะมาสืบทอดต่อในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ และทำให้ Community เติบโตขึ้น ก็ได้เห็นคนที่เหมาะสม ก็คือน้องล็อตโต้ – สิริวัชร ภวะภูตานนท์ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และคอยช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมมาโดยตลอด” น้องแทนกล่าวอย่างภาคภูมิใจในตัวของรุ่นน้อง ก่อนที่จะเสริมอีกเล็กน้อยว่า“เราก่อตั้งขึ้นมาเป็นชมรม MSP มหาวิทยาลัยขอนแก่น คือรุ่นพี่ก็จะสืบทอดให้รุ่นน้องต่อๆ กันไปทีละชั้นปี เพราะเราไม่อยากให้นักศึกษาในภาควิชาของเรา พลาดโอกาสดีๆ หรือพลาดเทคโนโลยีใหม่ๆ ครับ”
หลังจากได้คุยกับน้องแทน ผมก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ว่าน้องแทนไปเอาพลังใจและพลังกายมากมายขนาดนั้นมาจากไหน เพราะการเรียนในห้อง การเรียนด้วยตนเอง การแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่น และการทำกิจกรรมต่างๆ ไปพร้อมๆกันนั้น เป็นอะไรที่หนักหนาเอาเรื่องทีเดียว
“โอกาสในชีวิตมีไม่มาก ถ้ามีโอกาสที่จะทำ ก็ให้รีบทำ อย่างเช่นที่ไมโครซอฟท์ให้โอกาสผมมาเป็น MSP ตัวผมเองก็ได้เห็นโลกกว้างขึ้น มีมุมมองใหม่ๆ และเพื่อนๆ น้องๆ ในภาควิชา ก็ได้โอกาสนั้นด้วย ได้รู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆ” น้องแทนตอบคำถามนี้อย่างหนักแน่น “ถ้าผมไม่ทำ ก็ไม่มีใครทำ ไม่มีใครเริ่ม”
คุยกันมาจนถึงจุดนี้ ผมก็อดที่จะแย้งไม่ได้ว่า จริงๆแล้ว อาจจะมีน้องๆ นักศึกษาหลายคน อยากจะพัฒนาตัวเอง เริ่มแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนๆ บ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน จะเริ่มอย่างไร
“ปัญหาแบบนี้ผมก็เจอครับพี่” น้องแทนตอบ “ผมเริ่มมีคำถามแบบนี้สมัยอยู่ ป.4 ว่าอยากเขียนเว็บ จะเริ่มยังไง ซึ่งผมผ่านจุดนั้นมาได้ ก็ด้วยการศึกษาด้วยตัวเองจากหนังสือตามร้าน อดข้าวเก็บค่าขนม ซื้อหนังสือมาทำตาม สมัยนั้นเข้าถึงอินเตอร์เน็ตยาก ก็ทำแบบนั้นมาเรื่อยๆ จะเป็นการพึ่งตัวเองมากกว่า เพราะไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะถามใคร หนังสือเล่มละ 220 บาท ผมยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้ (หัวเราะ)”
พอถามว่าทำไมถึงอยากจะเป็นโปรแกรมเมอร์ล่ะ เพราะสมัยนั้นเด็กส่วนใหญ่จะเป็นโปเกมอน เทรนเนอร์กันเสียมากกว่า น้องแทนก็เฉลยให้ฟังว่า “ไม่รู้อะไรสะกิดเหมือนกันพี่ ก็เป็นเด็กติดเกม วันๆ เข้าแต่ร้านคอม เห็นพี่ Admin ของร้านคอมที่ผมไปเค้าเขียนโปรแกรม ก็เลยพยายามไปลักจำ แล้วตอนนั้นก็ได้รับการสนับสนุนจากพี่ไผ่ ThaiIRC.com ด้วยครับ”
“แต่สมัยนั้นไม่มีคอมเป็นของตัวเอง ก็ใช้วิธีเก็บเศษเอา เวลาไปรับซ่อมคอมให้เพื่อนบ้าน เวลาเขาเปลี่ยนโน่นนี่นั่น ก็จะขอเขาเก็บไว้ จนมาประกอบคอมใช้เองได้เครื่องนึง” น้องแทนระลึกความหลัง “แต่ก็คอมเครื่องนั้นแหละที่เป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นก็ได้ไปลองทำนู่นนี่นั่น แล้วก็ได้ทำโฮสติ้ง และในระหว่างเรียน ก็ได้รวมกลุ่มกับเพื่อน เปิด Co-Location Service สำหรับ Network Solution ต่างๆ จัดให้ได้ จากมีเซิร์ฟเวอร์ในสังกัดไม่กี่เครื่อง ทุกวันนี้มีเป็นร้อย”
ได้ยินดังนั้นผมก็อดแซวไม่ได้ว่าน้องคงจะรวยแล้ว แต่ผิดคาด น้องแทนกลับตอบปฏิเสธว่า “ไม่รวยหรอก ผมเป็นแนวทำงานแล้วไม่เรียกเงิน แล้วแต่จะให้ตามศรัทธา ที่ทำ ที่ชอบ เพราะว่างาน Network Admin มันท้าทาย ต้องอดหลับอดนอนสู้กับ Hacker ต่างประเทศ แต่การทำธุรกิจแบบนี้ก็โดนทั้งคนแกล้ง คนโกงมากมาย เพราะเรายังเด็กครับ แต่ก็ทำให้เราได้อะไรมากเหมือนกัน”
นอกจาก Data Center ที่น้องแทนได้ลงแรงร่วมกับเพื่อนๆ แล้ว น้องแทนยังมีผลงาน เป็นแอพพลิเคชั่นคุณภาพบน Windows Phone มากมาย ซึ่งเนื้องานทั้งสองสายนี้ค่อนข้างที่จะต่างกัน ผมจึงถามน้องแทนต่อว่า อะไรเป็นเหตุดลใจให้น้องแทนฉีกแนวตัวเองไปพัฒนา Mobile Application
“ได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ Microsoft Innovation Center ที่ขอนแก่น ก็ได้รู้จักกับ Windows Phone และได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง โดยมีพี่โอม กฤษณ์ คำตื้อ ช่วยแนะนำ โดยตอนนั้นก็ได้เริ่มทำ POC (Proof of Concept) ให้กับบริษัท Think Technology เป็นแอพพลิเคชั่นแนว Mobile Learning เป็นครั้งแรกเลยที่ได้จับภาษา C# ครับ จากที่ไม่เคยคิดจะแตะ เพราะสมัยก่อนนี่เป็น Opensource Fan Boy ครับ (หัวเราะ)”
“สนุก เพราะแอพที่เขียนมามันอยู่กับมือ มันพกพาไปด้วยได้” น้องแทนพูด “จริงๆแล้วก็ไม่ถึงกับฉีกแนว ก็เอามาผสมผสานกันไป ความรู้เก่าอย่าง PHP ก็เอามาใช้ทำ Backend ระบบของแอพ Windows Phone ได้” น้องแทนให้เหตุผลว่าทำไมถึงลงมือพัฒนาแอพออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากสำเร็จการฝึกงาน “หลังจากนั้นก็ทำแอพ KKU TimeTable เป็นโปรแกรมดูตารางเรียน ให้กับศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย แล้วตอนช่วงน้ำท่วม ก็ได้ทำแอพ Thai Flood Watch เป็นแอพที่ใช้ติดตามระดับน้ำในคลองต่างๆ รวมถึงข่าวสารน้ำท่วมจากแหล่งต่างๆ ด้วยครับ”
นอกจากแอพพลิเคชันสามตัวที่น้องแทนได้กล่าวถึงนี้ น้องแทนยังมีผลงานคุณภาพอื่นๆ อีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งส่งผลให้น้องแทนกลายเป็น Student Developer หนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ได้รับ Developer Phone ที่ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไปในตลาด รวมทั้งน้องแทนยังได้มีการตีพิมพ์ผลงานวิจัย รวมถึงล่าสุด ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลก Microsoft Imagine Cup หมวด Software Design อีกด้วย
“ในช่วงการศึกษาปีสุดท้าย ก็ได้ร่วมตีพิมพ์งานวิจัย และเข้าแข่งขันรายการต่างๆ ซึ่งก็ต้องขอบคุณการสนับสนุนจากอาจารย์จักรชัย โสอินทร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชมรม MSP มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ”
“สำหรับการที่ได้มาเป็น MSP และได้ไปฝึกงานที่ MIC ก็ได้อะไรเยอะมาก ได้รู้จักสิ่งที่ชอบ ได้ทำสิ่งที่ชอบ ได้จับเทคโลยีซักอย่างอย่างจริงจัง และหมกมุ่นอยู่กับมันครับ แล้วก็ได้แชร์ความรู้ของเราให้กับคนอื่นๆ ด้วย เช่น จัดอบรม Windows Phone Basic Programming ให้กับน้องๆ สำหรับโอกาสตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณพี่ๆจากไมโครซอฟท์ทุกคนครับ”
ก่อนที่จะจากกัน ผมขอให้น้องแทนทิ้งท้ายสักเล็กน้อย เป็นข้อคิดให้กับน้องๆ ที่กำลังอ่านบทความนี้ทุกคน รวมทั้งน้องๆ ที่กำลังจะมาเป็น Microsoft Student Partner และ MIC Intern ในปีถัดๆ ไป
“ครับ ก็อยากให้ทุกคนอย่าไปกลัวที่จะลอง อยากรู้อะไรให้ลอง ลองแล้วก็หมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้น พยายามพึ่งตัวเองให้มาก อย่ารอคนอื่นมาสอน ให้ลองไปก่อน มั่วไปก่อน ถ้าติดจริงๆ ก็หาถามผู้รู้ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะทำอะไร ก็ลองก่อน ดูว่าชอบมั้ย ไม่ชอบค่อยเปลี่ยนก็ยังได้ อยากให้น้องๆ ลองจับดู แล้วจะค้นพบเองว่าชอบอะไร
“สำหรับน้องๆ MSP ก็อยากให้ทำเพราะความชอบ เพราะอยากให้ อยากให้คนอื่นรู้ในสิ่งที่เรารู้ครับ ส่วนน้องๆ MIC นั้น การฝึกงานที่ MIC ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ดังนั้นให้ตั้งใจศึกษาสิ่งที่พี่ๆ เค้าให้ทำ เพื่อพัฒนาทักษะ แม้ว่าเราอาจจะยังไม่รู้ ไม่เคยแตะมาก่อน แต่ก็ต้องลองดูกับมันสักตั้ง มันไม่ยากเกินไปอยู่แล้ว ถ้าเราหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้น”
เส้นทางชีวิตสายคอมพิวเตอร์ของน้องแทน เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีครับ ว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้จริงๆ ยิ่งในยุคของอินเตอร์เน็ตและข้อมูลข่าวสารอย่างในปัจจุบันนี้แล้ว การเรียนรู้เพิ่มเติมยิ่งทำได้ง่ายกว่าสมัยที่น้องแทนเริ่มเขียนโปรแกรมหลายเท่าตัว ถ้าน้องๆ อยากจะพัฒนาตัวเอง อยากจะเก่ง อยากจะทำความฝันตัวเองให้เป็นจริง หรืออยากจะค้นหาตัวเอง จงเริ่มเสียแต่วันนี้ครับ แล้วลงมือทำอย่างต่อเนื่อง พี่เชื่อว่าสักวันหนึ่งน้องจะเก่งแน่นอน ในอีกสิบปีข้างหน้า น้องๆ ที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อยู่ อาจจะกลายเป็นมือโปรในวงการคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้ครับ
KKU Time Table
Thai Flood Watch
Zumm Lite