นพพล พิลึกเรืองเดช
Managing Director: Softever Co.,Ltd.  


อ่านบทสัมภาษณ์

ช่วยแนะนำตัวด้วยครับ

ชื่อ นายนพพล พิลึกเรืองเดช ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดกำแพงเพชร เรียนจบปริญญาตรีจาก ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นคนที่หลงใหลในเทคโนโลยี ชอบติดตามข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี

มี Idol หรือ Hero ในดวงใจรึป่าวครับ

ไม่มีบุคคลที่เป็น Idol เพราะไม่ได้ชอบคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ถ้าถามว่าชอบวิธีคิดแบบใคร ผมจะตอบว่าผมชอบ Steve Jobs แต่ถ้าถามว่าผมชอบการทำงานเป็นใคร ผมคงต้องบอกว่าผมชอบ Bill Gates และ Mark Zuckerberg แต่ละคนคือคนที่ประสบความสำเร็จที่ผมคิดว่าสูงสุดแล้วที่คนๆ นึงจะทำได้ขนาดนั้น สิ่งสำคัญของทุกๆ คนที่กล่าวมาที่ผมมักถือมาเป็นแบบอย่างคือ ความรักในสิ่งที่ตัวเองทำและความทะเยอทะยานที่มุ่งหวังเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดนั้นให้ได้


เคยร่วมงานกับ Microsoft มาก่อนหรือไม่ครับ

เคยครับ เคยเป็น MSP ตั้งแต่มี 2008 – 2010  และเป็น MIC Internship ตอน Summer ปี 2010 ครับ


ช่วยเล่าประวัติของบริษให้ฟังหน่อยครับ

จากที่ผมได้เข้ามาเป็น MSP ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ปี 2 ด้วยความที่ผมชอบในเทคโนโลยีอยู่แล้ว ในตอนนั้นผมเริ่มต้นการเรียนด้วยความสนใจในภาษา Java แต่พอได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับ Visual Studio และ C# ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเคยชอบตั้งแต่สมัยมัธยมอีกครั้ง ก็เริ่มเข้าไปศึกษาเทคโนโลยี Microsoft เรื่อยๆ ผ่านทางโครงการ MSP และได้รู้จักเทคโนโลยีมากมายที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Oliv on demand ในปัจจุบันนี้อาทิเช่น Expression Studio (ตอนนั้นยังเป็น version 2 อยู่เลย), Smooth Streaming, WPF, Silverlight จากนั้นก็ได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจังและได้มีโอกาสเข้ามาเป็นเด็กฝึกงานที่ MIC ก็ได้ลงมือเขียนโปรแกรม Silverlight จริงๆ
Oliv on demand เป็นชื่อของ Product ชิ้นแรกที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีของ Microsoft เป็นส่วนใหญ่ มีจุดเริ่มต้นแนวคิดมาจากที่คณะผมเองจะมีระบบที่เรียกว่า e-Learning หรือการดูวิดีโอย้อนหลังเพื่อทบทวนบทเรียน ผมเริ่มเข้าไปสนใจแนวคิดนี้จากคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจคจบตอนผมอยู่ปี 4 จากนั้นผมจึงเอาแนวคิดนี้กับความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีของ Microsoft มาผสมผสานกันจนออกมาเป็น Solution การทำ Automatic Lecture Capture ที่น่าสนใจและได้เอามาทำเป็นโปรเจคจบ ในระยะเวลากว่า 1 ปีที่ได้ศึกษา ค้นคว้าและพัฒนาจนโปรเจคจบผ่านไป หลังจากนั้นผมได้รับคำแนะนำจากหลายๆ คนและหนึ่งในนั้นคือ MIC ที่แนะนำให้ผมนำโปรเจคตัวนี้ออกไปขายในตลาดไอทีบ้านเรา ผมจึงคิดที่จะเปิดบริษัทเป็นของตัวเองและรวบรวมเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมาช่วยกันพัฒนาผลงานจากแนวคิดนี้ โดยเริ่มต้นใหม่จาก 0 เลย Oliv on demand ก็ได้ล้มลุกคลุกคลานมาจนตอนนี้ผ่านมา 2 ปีโปรเจคชิ้นนี้ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมออกสู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว และผมได้จดทะเบียนบริษัทในชื่อบริษัท ซอฟต์เอฟเวอร์ จำกัดในเดือนตุลาคมปี 2554 โดยมีผู้ถือหุ้น 6 คน ทั้งหมดคือทีมพัฒนาที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มาตั้งแต่สมัยยังเรียนไม่จบ


อะไร คือ ปัญหาหรืออุปสรรค สำหรับผู้ประกอบการใหม่ครับ

ความใหม่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด เพราะความใหม่คือเรายังขาดประสบการณ์ในด้านการทำธุรกิจอยู่มาก ความใหม่คือยังไม่มีใครรู้จักเราในตลาด


ซอฟต์แวร์ที่ผลิตขึ้นมามีอะไรบ้างครับ แล้วกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน คู่แข่ง

Oliv on demand คือระบบจัดการสื่อการเรียนในรูปแบบวิดีโออัตโนมัติ สามารถช่วยในการจัดทำสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบวิดีโอได้โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์มาควบคุมแทนการใช้คน โดยจะทำงานแบบอัตโนมัติได้ตั้งแต่การบันทึก เข้ารหัสไฟล์ภาพ และส่งภาพไปยังอินเตอร์เน็ตให้นักศึกษาได้เรียนรู้ สามารถควบคุมการบันทึกในห้องเรียนได้หลายห้องพร้อมๆ กัน เพิ่มความรวดเร็วในการสร้างเนื้อหาวิดีโอการสอนและความสะดวกสบายในด้านบริหารจัดการ
กลุ่มลูกค้าหลักคือสถานศึกษาในประเทศไทยครับ โดยจะเน้นไปที่มหาวิทยาลัยเอกชนเป็นอันดับแรก 
คู่แข่งตอนนี้เท่าที่รู้จะมี Product จากเมืองนอกที่เข้ามาขายในไทยผ่าน Reseller ครับ แต่ยังเป็นที่รู้จักไม่กว้างขวางเท่าไหร่ ผมประเมินไว้ว่าภายในปี 2555 นี้แหละครับ Product ในรูปแบบนี้จะรู้จักกันในวงกว้างมากขึ้น


ได้รับการสนับสนุนอะไรบ้างจาก Microsoft และผู้ที่เกี่ยวข้อง

ตอนนี้บริษัทพึ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน Microsoft เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเป็นตัวกลางให้ Oliv on demand ออกสู่ตลาดง่ายมากขึ้น และได้เครื่องมือในการพัฒนาดีๆ มาใช้ฟรีสำหรับการเริ่มต้นผ่านโครงการ Bizspark


ทราบมาว่าได้คว้ารางวัลที่ 1 ของ AIS Startup Weekend ปี 2554 ช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันให้ฟังหน่อยครับ

ผมได้ทราบข่าวว่ามีงาน AIS Startup Weekend ตอนแรกยังไม่เข้าใจว่ามันคืองานอะไรกันแน่ ก็เลยลองสมัครเข้าไปดู พอได้เข้าไปในงาน เขาก็เริ่มให้มีการนำเสนอไอเดีย แต่ไอเดียส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวก App มือถือ จากนั้นเขาก็ให้ทุกๆ คนไปโหวตว่าชื่นชอบไอเดียไหน และก็เลือกไอเดียออกมาจากผลโหวตทั้งหมด 17 ไอเดีย แล้วให้คนที่ร่วมงานไปรวมทีมกันเพื่อที่จะพัฒนาไอเดียนั้นภายในเวลาประมาณ 2 วัน ซึ่งผมได้ไปรวมทีมกับทีมที่มีไอเดียชื่อว่า TVeeter และมาเปลี่ยนชื่อกันทีหลังชื่อว่า ChatterBox ครับ เป็น App บนมือถือ เกี่ยวกับสังคมออนไลน์สำหรับคนดูทีวี ทีมผมจะแบบออกเป็นฝ่ายการตลาดกับฝ่ายนักพัฒนา ผมอยู่ฝ่ายพัฒนาครับ ก็นั่งเขียนโปรแกรมอย่างเดียว ตอนนั้นทำ jQuery Mobile กันครับ เมื่อถึงเวลานำเสนอ ทีมผมนำเสนอออกมาได้ดีมากครับ ต้องชมทางทีมการตลาดครับ หาข้อมูลมาได้แน่นมากๆ ให้กรรมการมองเห็นว่าไอเดียนี้สามารถเกิดขึ้นเป็นธุรกิจได้จริงๆ 
 

วางเป้าหมายอย่างไรให้กับบริษัท

เป้าหมายของบริษัทตอนนี้คือให้ Oliv on demand กระจายออกไปทั่วประเทศ เพื่อใช้เทคโนโลยีไปเพิ่มประสิทธิภาพด้านการศึกษาของประเทศไทย และสร้างสรรค์ผลงานต่อไปให้ประเทศไทยมีชื่ออยู่ในระดับโลกทางด้านเทคโนโลยี


อยากจะฝากอะไรถึงผู้ที่ต้องการจะสร้างกิจการเองบ้างครับ

ความทะเยอทะยานเป็นพลังที่สำคัญที่สุดครับ ในความคิดของผมคนที่จะมีกิจการที่ประสบความสำเร็จ ต้องรักที่จะเสี่ยง ไม่กลัวการล้มเหลว พร้อมที่จะลุกและเริ่มใหม่อยู่ตลอดเวลา ถ้ามีฝันก็อย่ากลัวที่จะเริ่มต้นทำมัน ชีวิตมันไม่ได้ยากเลยครับ



Oliv Solution

Oliv เป็นระบบบันทึกการสอนอัตโนมัติ


Oliv ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาได้ทุกที่จากทุกอุปกรณ์


Oliv มีระบบตั้งเวลาล่วงหน้าสำหรับบันทึก


เมื่อบันทึกเสร็จ ระบบจะทำการ encode และส่งเข้าระบบเพื่อให้เรียกดูได้ เรียกได้ว่าเป็นระบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง


วิดโอแนะนำ Oliv